mac OS Sierra, กับปัญหา restart ช้า

ปัญหานี้คงไม่ได้เกิดกับ user ธรรมดาสักเท่าไร แต่ถ้าใครทำงานเว็บมี localhost ไว้ test งานคงเจออาการแบบนี้กัน เลยมาจดไว้จะได้หาทางแก้กันง่ายๆ mac os sierra มีการ update apache version ก็เลยต้องตามแก้ httpd conf กันทุกที่ (ส่วนตัว ต้องแก้ user dir ตามมาด้วย) หลังอัพ OS แล้วก็จะเกิดอาการ restart ไม่ได้ ปัญหาเกิดขึ้นจากการที่ OS หยุด process ของ mysqld ไม่ได้นั่นเอง ง่ายๆ แก้ด้วยการอัพเกรดเป็น mysql-5.7.15 ตัวใหม่ก็จะเรียบร้อย อันนี้ความสะเพร่าส่วนตัว แก้เสร็จแล้วลืม backup DB เดิมไว้ ก็ไปทำการย้าย physical data จากของเดิมกลับเข้ามาของใหม่ด้วยนะ ตามขั้นตอนในเว็บนี้ แก้เลข version ตามที่จำเป็น เขียน code…

Rate this:

My wordpress dev #firststep

ด้วยความที่ตอนนี้เริ่มทำงานเป็น web developer อย่างเต็มตัว แถมพ่วงท้ายด้วยว่าเป็น wordpress developer อีกต่างหาก ประสบการณ์งานเต็มตัวครึ่งปี ก็เลยอย่างจะหาที่จดทิ้งท้ายไว้ให้เผื่อว่าใครที่สนใจจะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาข้อมูลซ้ำๆ กันอีก ซีรีนี้คงจะมีมาเรื่อยๆ เขียนกันไปเป็นตอนสั้นๆ ยาวๆ เมื่อหาเวลาหายใจได้จากงานที่มีอยู่บ้าง เริ่มต้นจาก developer tools พื้นฐานที่ใช้อยู่ตอนนี้ ต้องขอยกประโยชน์ให้ของฟรีและดี หนึ่งในโปรเจคจาก github อย่าง atom อย่างมาก พื้นฐานของตัว IDE ไม่ค่อยจะมีอะไรมากนัก แต่สนับสนุน git/svn ด้วยการ hightlight บรรทัดที่แตกต่าง ตามด้วย plugin ที่ช่วยให้ชีวิตทำงานง่ายขึ้น อย่าง https://atom.io/packages/merge-conflicts , https://atom.io/packages/aligner + aligner-php , https://atom.io/packages/linter + linter-php [css และ js ตามสมควร] , และก็ https://atom.io/packages/atom-minify linter ช่วยให้การเขียนโปรแกรมง่ายขึ้นเพราะเป็น live-syntax-checker ซึ่งตามจริงควรจะเป็น package พื้นฐานของ…

Rate this:

รีวิว Kokiri แบตเสริมเล็ก เบา เจ๋ง

เชื่อว่าแทบจะทุกคนที่ใช้มือถือทัชสกรีนทุกรุ่นต้องเคยเจอกับปัญหาแบตหมดมาอย่างน้อยก็สักครั้ง จนอุปกรณ์อย่างแบตสำรองกลายเป็นตัวเลือกแรกๆที่ติองหยิบออกจากบ้านด้วย ส่วนตัวก็มีแบตเสริมหลากหลายก้อนตั้งแต่ยี่ห้อดัง ไปจนแบตโนเนม แบตเสริมที่ซื้อเพราะความมุ้งมิ้ง แต่พอมาใช้งานในชีวิตจริง ก็ค้นพบว่า แบตเสริมเป็นอะไรที่ “หนัก” มาก แบตเสริมหลายๆ ก้อนที่จุถึง 2-3 รอบของไอโฟนที่ใช้ หนักกว่าตัวเครื่องเองไม่ใช่เล่น จนล่าสุดหมดความอดทนกับการอยากพกแบตหนักๆ และพกสายยุ่งยาก ด้วยการไปพยายามหาแบตเสริมที่ เล็ก บาง และ “เบา” จนมาตกลงปลงใจกับ แบตเสริมเกาหลียี่ห้อ Kokiri ที่แปลว่าช้างในภาษาเกาหลีแทน ด้วยประเด็นหลักของการเลือกคือ เบา แบต Kokiri ถือว่าสามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีมาก น้ำหนัก 60 กว่ากรัมทำให้แบตตัวอื่นตกกระป๋องสำหรับโจทย์พกพาในชีวิตประจำวันไปได้เลย ตัวแบตเองก็มีขนาดเล็ก ประมาณบัตรเครดิต โดยความหนาก็ประมาณบัตรเครติด 6-7 ใบซ้อนกัน ถือว่าตอบโจทย์การพกพามาก ถึงแม้ว่าขนาดจะเล็ก แต่ก็จุถึง 2500 mAh คิดง่ายๆ ก็ประมาณไอโฟน 5S 1 รอบ ซึ่งถ้าไม่ได้ใช้มือถือนอกบ้านนานๆ ถือว่าโอเคมาก อย่างน้อยก็ยังมีแบตให้ไม่ขาดการติดต่อได้สบายๆ ข้อดีอีกประเด็นของแบตเสริมตัวนี้คือ มีสายชาร์ตซ่อนมาให้ หัวสายเป็น…

Rate this:

อยากนำเสนอเพื่อแก้ปัญหารถเมล์ใน กทม ภาค 1

ประเด็นเรื่องรถเมล์ขาดทุน รถน้อย ไม่ตรงเวลาเพราะรถติด และอีกหลายปัญหาที่เข้าใจและเคยคิดเหมือนกันว่าไม่รู้จะหาทางแก้ยังไง แต่พอมาเข้าใจเรียนรู้ระบบรถเมล์ของเกาหลีบ้าง ญี่ปุ่นบ้าง ก็เลยพอจะมองเห็นหนทางที่อาจจะช่วยแก้ปัญหารถเมล์ใน กทม ได้ ค่าโดยสาร สิ่งแรกที่ควรจะเลิกของระบบรถเมล์คือ พนักงานเก็บค่าโดยสารบนรถเมล์ เหตุผลคือ การยืนบนรถที่วิ่งเพื่อเก็บค่าโดยสาร เป็นงานที่ไม่ปลอดภัย และบางสถานการณ์ถือว่าอันตรายมากๆ ถึงแม้ว่าค่าแรงงานของบ้านเราจะถูก แต่ถ้าจะเริ่มจัดระเบียบให้เข้าระบบ งานที่ไม่จำเป็นกับงานระบบก็ควรจะหายไป แล้วจะเก็บค่าโดยสารยังไง? หนึ่ง ปรับทางขึ้นลงรถให้เป็นทางเดียว ขึ้นจากด้านหน้า เพื่อผ่านจุดเก็บเงิน และลงจากด้านหลัง ถึงแม้ว่าจะต้องโล๊ะรถเมล์จำนวนมากออกจากระบบ แต่ก็เป็นวิธีการแก้ปัญหาแบบหนึ่งที่จำเป็น ข้อเสนอคือ ใช้รถเมล์ที่มีประตูขึ้นจากกลางตัวรถเป็นรถฟรี ไม่เก็บค่าโดยสาร เพื่อกิจการรูปแบบอื่นต่อไป สอง เก็บค่าโดยสารเป็นราคาตลอดสาย และเพิ่มระบบเก็บเงินให้มี 2 รูปแบบ คือบัตรแตะโดยสาร (RFID) และเงินสด และเพื่อสนับสนุนให้ระบบมีเงินเข้าไปหมุนเวียนก่อน ข้อพิเศษของบัตรโดยสาร คือควรจะสามารถต่อรถโดยสารได้ โดยมีข้อจำกัดเช่น ต้องต่อรถภายในช่วงเวลาที่กำหนด (ซึ่งต้องศึกษาความเป็นไปได้ของช่วงเวลาหลังจากเปิดให้บริการ เบื้องต้นอาจจะกำหนดที่ 1 ชม) และในกรณีของเงินสด ควรจะเป็นกล่องรับเงินที่สามารถทอนเหรียญได้เท่านั้น เพื่อให้สะดวกกับระบบทอน ค่าโดยสารควรจะลงหลัก 10 หรือ 5…

Rate this:

อยากลองเขียนถึง ia writer ดูบ้าง

แต่ก่อนเป็นคนที่คิดจะเขียนอะไรก็พยายามเปิดหา notepad บ้าง notes บ้างเพื่อจดอะไรหลายๆอย่างเก็บไว้ แต่ตอนนี้มาได้รู้จักกับกลุ่มแอพฯเพื่อนักเขียน ที่ไปเห็นตัวอย่างแอพแนวนี้มาจากชั่วโมงสอนของพี่ ป.เอก ในคณะ ก็เลยลองหาแอพที่ถูกใจมาติดเครื่องและเขียนเนื้อหาลงบนแอพดูบ้าง

Rate this:

นี่คอมเราช้าไปจนต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่แล้วหรือ??

ที่จริง… เราก็เป็นเด็กสายคอมที่ไม่ได้ชอบการอยู่หน้าคอมสักเท่าไร เพราะว่าเกลียดการต้องนั่งหน้าคอมเนี่ยะแหละ เลยต้องหาวิธีที่จะใช้เวลาในการทำอะไรหลายๆอย่างให้เร็วขึ้น -> พอทำได้เร็วก็เลยกลายเป็นคนเก่งของสายงานนั้นๆ ไป ไม่ใช่เพราะงานสายคอมหรอกนะ ในสายตาคนอื่นความเร็วมักแปรผันตรงกับความชำนาญ แปลว่ายิ่งชำนาญก็จะยิ่งทำได้เร็ว

Rate this:

LG G3 A advertise

วันนี้เปิด youtube อยู่เลยได้เห็นโฆษณา คราวที่แล้วเป็น motion censor บนหน้าจอ คราวนี้มากับมือถือ LG G3 ที่เป็น T motion ดูแล้วเป็นยังไงไม่ค่อยมีความคิดเห็นมากนัก แต่ก็ถือว่าเป็นความพยายามที่จะสร้างลูกเล่นให้โทรศัพท์ ส่วนตัวรู้ว่า motion พวกนี้ทำอะไรได้เยอะ แต่ถ้าให้คิดเองก็คงคิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะเอาไปใส่เป็นลูกเล่นแบบไหนบนอุปกรณ์ในชีวิตประจำวัน ถ้าจะทึ่งก็คงเป็น Wii จากค่าย Nintendo ที่ใช้ remote controller แบบ motion control มาเกือบ 10 ปีแล้ว… หลังจากนั้นก็ยังไม่เจอจุดเปลี่ยนที่เจ๋งๆ อีกสักเท่าไร ฝากแปะไว้แล้วกัน เผื่อวันหลังต้องใช้งาน

Rate this:

Korea Starbucks app & Siren Orders

เห็นข่าว starbucks เรื่องที่บอกว่าจะเริ่มให้สั่งกาแฟผ่านแอพฯ ได้แล้วมานั่งนึกๆ starbucks ในเกาหลีเปิดให้ใช้บริการนี้มาสัก 2 เดือนได้แล้วมั้ง.. แต่คงไม่มีคนเขียนข่าวแปลไปเป็นภาษาอื่นๆ ตอนนี้ก็เลยอยากมาเล่าให้ฟังสู่กันฟังว่าในเกาหลีทำได้ขนาดไหนแล้วรายละเอียดของระบบและขั้นตอนเป็นอย่างไร น่าสนใจในแง่นักพัฒนาอย่างไร แอพฯ starbucks ของในเกาหลี เมนูและทุกอย่างเป็นภาษาเกาหลีล้วนๆ ซึ่งแต่เดิมตัวแอพเองก็สามารถเชื่อมกับระบบของ starbucks card ในประเทศ ที่สามารถนำเอาบัตรที่ซื้อมาลงทะเบียนในไอดีของตัวเองได้ ทำให้ไม่ต้องพกบัตร starbucks card จริงๆ แต่เปิดผ่านแอพให้หน้าเคาเตอร์ยิง 2D Barcode เข้าระบบหักตังได้เหมือนกัน หลังๆ พอเริ่มอ่านออกใช้เป็นมากขึ้นก็ยิ่งรู้ว่าในแอพสามารถส่ง e-gift card พร้อมเงินในบัตรที่หักตังผ่านระบบตัดเงินบัตรเครดิต(ที่ใช้เดบิตได้ด้วย) ของในประเทศได้เลย อีกทั้งตัดบัตรเติมเงินเข้าบัตรได้ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาเติมเงินที่หน้าเคาเตอร์อีกต่อไป กดๆ จิ้มๆ แล้วก็เดินไปสั่งกาแฟได้เลย แต่พอมาพักหลัง เริ่มเข้า starbucks บ่อยขึ้น เลยเพิ่งได้รู้ว่าที่จริงหน้าเมนูในร้านที่เขียนไว้ ไม่ได้มีเมนูครบทุกอย่าง แต่ก็สามารถสั่งเมนูตามที่ตัวเองอยากกินได้เป็นอย่างๆ ไป แต่ด้วยความที่ประเทศนี้เวลาอยู่ต้องพูดภาษาที่ 3 ทำให้ไม่ค่อยกล้าจะสั่งอะไรละเอียดๆ จุกจิกๆ มากนัก ทำให้ต้องยอมกินตามโปรโมชั่นอยู่บ่อยไป หรืออย่างจำพวกใช้น้ำเต้าหู้แทนนมเอย นมมากนมน้อย…

Rate this:

ประสบการณ์ดีๆ กับ Uber

เพิ่งกลับไทยมา… ใช้เวลาในไทยเกือบ 2 อาทิตย์ ปกติอยู่ใน กทม ก็จะพยายามนั่งรถไฟฟ้า รถใต้ดิน แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ช่วงหลังๆ ที่อยู่โซล ยิ่งกลับไทย เดินทางใน กทม ด้วยขนส่งมวลชนพวกนี้แล้วอึดอัด รถไฟฟ้าแต่ละขบวนมากช้ามาก จำนวนขบวนก็น้อยมาก เทียบกับในโซลไม่ได้เลย รอบนี้กลับไปล่าสุดเลยตั้งใจไว้ว่า จะไม่ขึ้นแล้วขนส่งมวลชนเนี่ยะ ขอเดินทางแบบสะดวกสบายเห็นแก่ตัวบ้างเห๊อะ ยิ่งพอได้ยิ่งว่า uber เป็นบริการแบบลีมูซีนเรียกง่ายๆ กว่าแทกซี่ด้วยการกดเรียกผ่านแอพฯ เลยยิ่งได้ใจ จะใช้ uber เนี่ยะแหละ ปรากฏณ์ว่า ดีเกินขาด ดีมากกว่าที่คิดไว้ ขับรถนิ่ม อ้อมค้อมวกวนแค่ไหนก็ไม่เคยบ่น แวะกี่ที่ก็ไม่เคยบ่น จะเรียกไปโซนแทกซี่ขอบายอย่าง รามคำแหง ก็สบาย ไม่มีบ่นสักนิด ถึงค่ารถจะสูงกว่าแทกซี่เกือบๆเท่าตัว (ในช่วงโปรโมชั่นที่ลดอยู่ 45%) แต่ก็ยังถูกกว่าแทกซี่ธรรมดาเวลานั่งในต่างประเทศซะอีก รถที่ใช้มารับส่วนใหญ่ที่ได้นั่งก็ไม่พ้น Totoya Camry แต่ฝีมือคนขับรถเนี่ยะ เนี้ยบมาก นั่งสบายถูกใจเป็นที่สุด นั่งสบายมากจนเรียกว่ากลับมาแทกซี่ในโซลแล้วรู้สึกว่าคนขับไม่ค่อยดีไปเลย ลีมูซีนผ่าน uber นี้ก็ดี ไม่ต้องพกเงินสด จะราคาเท่าไรแค่ไหนก็ตัดผ่านบัตรเครดิตได้…

Rate this:

beLaunch 2014

วันก่อนมีโอกาสได้เข้าไปร่วมฟังในงาน beLaunch ซึ่งเป็นงานสำหรับ startup มารวมตัว + เปิดโอกาสให้คนที่สนใจจะเป็น startup ได้เข้าฟังข้อคิดดีๆ จากทั้งผู้ลงทุน, startup ที่ประสบความสำเร็จต่างๆ เรียกง่ายๆก็ งานแนะแนว startup นั่นแหละ แต่ที่สนุกอีกประเด็นของงานนี้คือ startup battle ที่เปิดโอกาสให้ startup หน้าใหม่ขึ้นมาแสดงผลงานบนเวที และคณะกรรมการก็จะตัดสินคัดเลือก startup ที่น่าสนใจเพื่อให้รางวัล รายละเอียดงาน งาน beLaunch มีด้วยกัน 2 วัน ตามตารางของการขึ้นพูดบนเวที งานนี้เป็นงานที่เริ่มจัดขึ้นในโซล เลยทำให้เนื้อหาในงานมีปนเปกันไปทั้งภาษาอังกฤษและภาษาเกาหลี แต่ในงานก็มีเครื่องแปลภาษาให้ยืมเพื่อเลือกฟังภาษาที่ตัวเองต้องการด้วย ส่วนตัวโชคดีที่เข้าใจได้ทั้งสองภาษาไม่ต้องอาศัยเครื่องแปล ในงานคิดค่าเข้างานเริ่มต้นที่ 70000 วอน (2100 บาท) สำหรับ 2 วัน (ราคานักศึกษา) ไปจนถึง 150000 วอน (4500 บาท) ราคา 2 วัน ราคานี้รวมค่าอาหารกลางวัน +…

Rate this:

SK telecom – Celebrating 30 years

มาแอบดูโฆษณาค่ายโทรศัพท์มือถือเกาหลีกันดีกว่า จากแคมเปญ “잘생겼다” ที่โด่งดังในเกาหลี โดยชื่อแคมเปญนี้แปลเป็นไทยออกได้หลายความหมายกันทีเดียว แต่ถ้าแปลกันซื่อ ตรงๆ ตามตัวแล้วก็คือ เกิดมาดี… นั่นแหละ ถึงเป็นคำชมยอดฮิตของเกาหลี เกิดมาดี = หล่อ = เท่ = อื่นๆ อีกมากมาย โฆษณาตัวแรกที่เป็น TV spot สร้างความโด่งดังตัวนำก็มาจากเรื่อง My Destiny โทเมเนอเจอร์ที่ฮิดติดลมบนทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศกันเลยดีเดียว คอนเสปง่ายๆของโฆษณาตัวนี้คือ ลูกค้า SK telecom ไม่ต้องกังวลว่าจะเร็วกว่าเดิมกี่เท่า (ตามโฆษณาของค่ายคู่แข่งอย่าง olleh : LTE 2배 ความเร็วเป็น 2 เท่า ให้ปริมาณ Data เป็น 2 เท่า และตามมาด้วยความเร็ว 3 เท่า จนตอนนี้ Unlimited Data กันไปแล้ว) ไม่ต้องสนใจ ไม่ต้องแคร์ เริ่ดๆ สวยๆ…

Rate this:

อดทนได้มาก… ยิ่งดี??

มาเขียนเรื่องนี้ เพื่อเปรียบเทียบชีวิตประจำวันของต้วเองเป็นฐานข้อมูล ไม่ได้อยากเปิดประเด็นโต้เถียงความเป็นไทยไม่ไทยอะไรกับใครเลย แค่ตั้งจุดสังเกตุไว้สักพักแล้ว และเป็นคนที่ถ้าไม่เขียนออกมา ก็จะทิ้งเรื่องนี้จากหัวไม่ได้สักที เลยมาฝากไว้พื้นที่ส่วนตัวของตัวเองแค่นั้นค่ะ ครั้งนึงในช่วงชีวิตเคยต้อง (โดนบังคับให้) ไปท่องเที่ยวกับครอบครัวในแถบยุโรป ที่ฟังดูแล้วเหมือนจะโก้หรู แต่ที่จริงแล้ว… ก็คือเป็นเด็กถือกระเป๋าให้พ่อแม่ ได้เที่ยวตามใจบ้าง และไปเที่ยวแบบอาศัยพักบ้านญาติไปตามประเทศต่างๆ ก็แค่นั้น พอได้ไปเห็นด้วยตัวเอง ก็เลยได้เข้าใจว่าประเทศเมืองหนาว เค้าหนาวกันขนาดไหน จนอดสงสัยและถกเถียงกับแม่ตัวเองไม่ได้ว่า “ทำไม ที่นี่ กับที่ไทย ถึงไม่เท่ากัน” ทั้งที่จริงแล้วความเจริญในแง่ของเทคโนโลยีอย่างไฟฟ้า ไปรษณีย์ การรถไฟ ที่ไทยเองก็ไม่ได้น้อยหน้าในช่วงประวัติศาสตร์ที่ใกล้เคียงกัน แม่ให้ข้อสังเกตุมาอย่างนึงก็คือ “อากาศ” ตามประเทศที่เป็นเมืองหนาว ในช่วงหน้าหนาวเค้าก็หนาวกันมาก ถ้าไม่รู้จักเตรียมตัวก็จะไม่สามารถใช้ชีวิตให้พ้นช่วงหน้าหนาวไปได้  ไม่เหมือนกับเมืองไทยที่มีแต่หน้าร้อน..  และร้อนมาก ถึงจะไม่เตรียมตัวไม่สนใจวันเดือนปี ก็ยังสามารถหาข้าวกิน เดินทางออกนอกบ้านไปไหนมาไหนได้สบายๆ พอมีพื้นฐานจากคำว่า “อากาศมันต่างกัน” ของแม่ ก็เลยทำให้เข้าใจถึงเรื่องความต่างของศาสนาไปด้วยในตัว ประเทศเมืองหนาวต้องไปโบสถ์ทุกเช้าวันอาทิตย์ เพื่อให้ผู้คนในหมู่บ้านใกล้เคียงได้ออกมาพบปะสังสรรค์แม้ในช่วงหน้าหนาว ดังนั้นถ้าใครเกิดหายหน้าไปสักสัปดาห์ก็จะได้รู้ได้ทันทีและสามารถช่วยเหลือได้ทัน ในขณะที่การไปวัดทุกวันพระของศาสนาพุทธนั้น จะเจอหน้ากันทุกสองสัปดาห์ … อาจจะเชื่อถือไม่ได้นักกับความเข้าใจด้วยตัวเองแบบนี้ แต่ก็สร้างความเข้าใจในตัวเองได้ในระดับนึงว่า ภูมิศาสตร์ก็มีผลกับการนับถือศาสนาด้วยในระดับนึง พอมาถึงตอนนี้ ลองคิดเรื่องอากาศหนาวทำให้คนต้องดิ้นรนอีกรอบนึง กลับมองได้ความคิดเห็นอีกมุมนึงจนพอจะเข้าใจความรู้สึกของคนไทยมากยิ่งขึ้น ด้วยความบังเอิญที่เริ่มแก่ตัวและมองกลับไปยังเด็กรุ่นใหม่ๆ…

Rate this: