สักแต่ convergence ไม่รู้จัก intelligence (ตอนที่ 2)

ทำไปทำมา พอตกงานแล้วกลับงานเยอะ ไม่ค่อยจะมีเวลาว่างสักเท่าไร กว่าจะได้กลับมาเขียนตอนที่ 2 ต่อก็เสียเวลาไปเสียนาน ว่าแล้วก็เริ่มตอนที่ 2 ของความทุยต่อดีกว่า

มาเน้นกันที่ระบบหลังบ้านของกิจการทรูกันบ้าง สิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกค้าที่จงรักภักดีกับทรูต้องปฏิบัติเป็นเรื่องแรกๆคือ พยายามอย่ามีปัญหาใดๆก็ตามกับทรูเป็นอันขาด นับไปทั้งแต่เข้าไปติดต่อตามเคาเตอร์จนถึงโทรเข้าไปหา callcenter ซึ่งนับได้ว่าทรู call center นั้นเป็นเขาวงกตของวงการ callcenter เลยก็ว่าได้ กว่าจะติดต่อเรื่องใดๆสักเรื่องกับทรูได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องโอนสายข้ามกันไปข้ามกันมาอีกนานแค่ไหน โทรไปแล้วหายไปกับสายลมเลยก็เป็นประจำ online chat ก็ดูจะมีจำนวนคนว่างน้อยเหลือเกิน เคยนั่งรอนานสุดก็เฉียดๆ ชั่วโมงได้

เรื่องตลกอีกประเด็นก็เรื่องไม่รับบัตรเดบิต อันนี้ก็ไม่ทราบว่าฝ่ายการเงินของทรูไม่เคยเรียนว่าระบบบัตรเดบิตคืออะไร หรือเป็นอะไรกับเครื่องรูดบัตรกันนักหนา ถ้าอย่างที่เรารู้กันดีว่า ทรูจะรับเฉพาะบัตรเครดิต และแถมมาช่วงหลังนี้จะรับจ่ายเฉพาะกับบิลที่มากกว่า 500 บาทขึ้นไป แต่คุณหรือไม่!!! ว่าระบบบัตรเดบิตสามารถเคลียร์บิลได้ภายในสิ้นวันนั้น แล้วทำไมทรูถึงไม่รับเงินลูกค้าไปเก็บไว้ก่อนหล่ะ เรื่องบัตรเดบิตนี่ก็ค้างคามาตั้งแต่สมัย telecomasia เช่นเดียวกัน

แต่ก็มีเรื่องบางอย่างที่ทรูเองก็เก่งไม่ใช่ย่อย แต่ดูเหมือนว่าเรื่องที่ทรูเก่งทุกอย่างจะไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับกิจการของตนเองเลยสักนิด เช่น True Coffee, ช่องหลินปิง, True Academy Fantasia, True Shopping  อืม ยิ่งเขียนก็ยิ่งรู้สึกว่า ทรูจะมีความสามารถในการทำธุรกิจที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวเองได้เก่งเกินหน้าเกินตาจริงๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทรูควรจะต้องหยิบมาเป็นประเด็นเอาใจใส่ก็คือการพัฒนากิจการตัวเองให้ก้าวไปข้างหน้ามากกว่าที่จะมานั่งหาเงินธุรกิจเสริมแบบนี้

สิ่งที่อยากได้จากทรู คือการเอาใจใส่และปรับปรุงระบบ customer service ของตัวเองให้ครอบคลุมและรวมความสามารถของกิจการหลังบ้านของตนเองเข้าด้วยกันให้ได้มากที่สุด ทำให้ลูกค้ายิ่งใช้ยิ่งอยากใช้บริการอื่นๆเพิ่มเติม เหมือนกับที่ Apple ทำให้คนยิ่งใช้ product Apple ก็ยิ่งอยากใช้อย่างอื่นต่อไปเรื่อยๆเช่นเดียวกัน

ตอนหน้าจะมาต่อเรื่อง ทรูวิชั่น กับทรูอินเตอร์เน็ตแล้วกันนะ

——–

ตอนที่ 1

ตอนที่ 3